การเตือนจากคดี หน้าจอร์ด ฟรอคอยล์ย กับสถิติความร้ายแรงของตำรวจในอเมริกา

จากเรื่องสุดร้ายแรงของ John Harrington นายตำรวจที่กดหัวเข่าบนคอของ George Floyd

กระทั่งเสียชีวิต เอามาสู่การต่อต้านเรียกร้องสิทธิของชาวแอฟริกาอเมริกันสำหรับการที่จะ “หายใจ” รวมทั้ง “มีชีวิต” อยู่ แต่ว่าเมื่อมองดูย้อนไปในสถิติ พวกเราพบว่า “วัฒนธรรมการวิสามัญ” ของตำรวจอเมริกันนั้นบางทีอาจรุนแรงกว่าที่พวกเราคาดหมาย ในปี 2019 ตำรวจอเมริกันทำการวิสามัญสามัญชน 1,099 ราย รวมทั้งตลอดทั้งปีมีเพียงแต่ 27 วันเพียงแค่นั้น ที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มิได้ฆ่าผู้ใดกันแน่เลย ส่วนในปี 2020 ด้านใน 5 เดือน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำการวิสามัญทั้งนั้น 228 ราย
ปี 2562 มีคนเสียชีวิตจากการเช็ดกวิสามัญโดยข้าราชการ คิดเป็นคนผิวขาว 370 ราย แอฟริกัน-อเมริกัน 235 ราย ภาษาละติน-อเมริกัน 158 ราย อื่นๆ39 ราย และไม่รู้เชื้อชาติ 202 รายถึงแม้ว่า เมื่อเทียบเคียงจากจำนวนผู้ตายจะเป็นคนขาวมากยิ่งกว่าแอฟริกัน-อเมริกัน แม้กระนั้นหากเทียบเคียงตามรูปร่างราษฎรแอฟริกัน-อเมริกัน มีเพียงแค่ 13% ของมวลชนทั้งสิ้น จำนวนผู้ตายผิวดำก็เลยอยู่ในอัตราสูงยิ่งกว่ามากมาย หากเทียบเคียงด้วยรูปร่างราษฎร 1 ล้านรายจะพบว่าคนแอฟริกา-อเมริกันได้โอกาสถูกวิสามัญมากยิ่งกว่าคนขาวถึง 3 เท่าตัว
.ดังนี้ เมื่อเปรียบเทียบในกรณีการเช็ดกวิสามัญทั้งที่ไม่มีอาวุธในมือเลย ชาวอัฟริกัน-อเมริกัน ก็ยังได้โอกาสเสียชีวิตมากยิ่งกว่าคนขาวสูงถึง 1.3 เท่าอีกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เชื้อชาติเพียงแค่นั้น สถานที่-เมืองเกิดเหตุก็ส่งผลต่อประเด็นนี้เช่นเดียวกัน โดยมีการตั้งข้อคิดเห็นว่าข้าราชการในเมืองทางด้านใตนได้โอกาสใช้กำลังมากยิ่งกว่าในเมืองตอนเหนือ ตัวอย่างเช่น คุณได้โอกาสที่จะถูกข้าราชการวิสามัญในเมือง Oklahoma สูงขึ้นมากยิ่งกว่าในเมือง Geogia ถึง 6 เท่าตัว ร่วมกันนั้นเอง
ต้นสายปลายเหตุที่อัตราการวิสามัญสูงขึ้นมากยิ่งกว่า เป็นเพราะเหตุว่าเกิดเหตุอาชญากรรมบ่อยมากกว่า? ความเป็นจริงเป็น อัตราการวิสามัญไม่ชมรมกับปริมาณคดีอาชญากรรมในพื้นที่เหมือนอย่างที่คิด .เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้มาจากปี 2013-2016 พบว่า เมือง Buffalo เมืองนิวยอร์ก อัตราการก่ออาชญาบาปมากถึง 12% แม้กระนั้นตลอด 3 ปีนั้น ข้าราชการมิได้ยิงผู้ใดตายเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว ตอนที่เมือง Orlando เมืองฟลอริด้า อัตราการก่ออาชญาบาปน้อยกว่าที่ 9% กลับมีการวิสามัญถึง 13 ราย ข้อมูลข้างต้นทำให้เห็นว่า การใช้ความร้ายแรงของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในแต่ละพื้นที่เป็น “วัฒนธรรม” ที่ต่างกัน หากว่าเหตุผลการวิสามัญมักเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองปกป้องอาชญากรรม แม้กระนั้นความร้ายแรงที่เกินกว่าเหตุในกรณีของ George Floyd ทำให้หลายๆคนเริ่มหันมาตั้งข้อซักถามถึง “สิทธิ” สำหรับในการวิสามัญของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยยิ่งไปกว่านั้นในกรณีที่ผู้ตายมิได้พกพาอาวุธว่าเป็นการทำที่ “เกินกว่าเหตุ” ไหม และก็การใช้ความร้ายแรงอย่างไม่ทัดเทียม เป็นสิ่งที่ควรละเลยใช่หรือไม่เช่นไร